สาวบัญชีผูกคอหนีความผิด ยักยอกเงินนายจ้างโอนให้ชายลึกลับ

ญาติร่ำไห้เป็นลม สาวบัญชีผูกคอเป็นศพหาหอพัก คาดหนีความผิดยักยอกเงินนายจ้าง แอบโอนเงินไปให้ชายปริศนา ร.ต.อ.สิทธิชัย จันโทศิริ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า มีผู้พบศพคนผูกคอตายในหอพักหลังสำนักงานอัยการ ข้างโรงเรียนอนุบาลนครพนม ถนนราชทัณฑ์ เขตเทศบาลเมืองนครพนม จึงพร้อมด้วย นพ.อายุ ภิญโญสิริพันธุ์ แพทย์เวร ร.พ.นครพนม

ตำรวจพิสูจน์หลักฐานฯ ตำรวจสายสืบ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนม ไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุอยู่ภายในซอยไม่มีชื่อ มีหอพัก 2 ชั้น ที่ห้องพักชั้นล่าง พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง ทราบต่อมาว่าชื่อ น.ส.ขนิษฐา อายุ 30 ปี สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ กางเกงนอนลายดอก ใช้สายเคเบิลสีดำแขวนคออยู่กับราวผ้าม่านด้านในสุด มีเลือดไหลออกจากปาก จมูก มือเท้าหยิกเกร็ง ตรวจภายในห้องพบเหล้าเบียร์เต็มตู้เย็น ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้เสียชีวิตทำงานเป็นพนักงานบัญชีอยู่ร้านอะไหล่ยนต์แห่งหนึ่ง เป็นคนที่นายจ้างไว้วางใจ ให้นำเงินหรือเช็คเข้าธนาคารอยู่เสมอๆ ยังไม่แต่งงานมีครอบครัว แต่คบหากับแฟนหนุ่มที่ทำงานอยู่ห้างจำหน่ายอุปกรณ์ก่อสร้างแถวถนนบายพาสเลี่ยงเมือง ช่วงหลังๆ มีปัญหาเรื่องหึงหวงจึงเลิกรากันไปประมาณเดือนเศษ

ก่อนจะพบเป็นศพเสียชีวิต มีหนังสือแจ้งรายการเดินบัญชีจากธนาคารแห่งหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ในห้างโลตัสส่งไปยังนายเทียน (นามสมมุติ) ผู้เป็นนายจ้าง แต่ก็ต้องตกใจเพราะมีการเบิกถอนเงินจากบัญชีไปถึง 310,000 บาท จึงโทรศัพท์เข้ามือถือของผู้เสียชีวิต แต่ไม่มีการรับสาย ต่อมา นายจ้างจึงได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.เมืองนครพนม โดยพยายามโทรติดต่อลูกจ้างสาวตลอดเวลา กระทั่งตัดสินใจมาตามที่ห้องพัก เพราะเคยขับรถมาส่ง แต่ไม่รู้ว่าอยู่ห้องไหน จึงเดินถามหาและมีคนบอกว่าพักอยู่ห้องดังกล่าว พบว่าประตูไม่ได้ล็อค เมื่อเปิดเข้าไปก็พบร่างแขวนคออยู่กับราวผ้าม่าน นายเทียน เปิดเผยว่า ตนเห็นผู้เสียชีวิตเป็นคนทำงานดี ขยันขันแข็ง จึงให้ดูแลด้านการเงิน สำหรับเรื่องส่วนตัวนั้นไม่ทราบ รู้เพียงว่าอยู่กับแฟนหนุ่ม ภายหลังเลิกรากันไป ก็เห็นมีอาการซึมๆ ลงไปบ้าง ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตนเขียนเช็คเป็นเงินเดือนให้ไปเบิกธนาคาร จำนวน 10,000 บาท และก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร

กระทั่งเช้าวันนี้ ได้รับหนังสือแจ้งรายการเดินบัญชีส่งมาให้ ระบุว่าตนเบิกเงินสดจากธนาคารไปจำนวน 310,000 บาท ลงวันที่ 10 เมษายน 2561 ทำการตรวจสอบจึงทราบว่าเป็นเช็คที่ตนจ่ายเงินเดือนให้ไปตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และผู้เสียชีวิตได้โอนเงินจำนวน 300,000 บาท เข้าไปในบัญชีหนึ่ง

เมื่อทราบเรื่องจึงรีบโทรติดต่อแต่ไม่รับสาย และไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน จากนั้น นางรัตนา แม่ของตนก็ไปตามหาที่หอพักจนมาพบศพดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าสายสืบทราบแล้วว่าเงินที่โอนไปให้นั้นเป็นใคร กำลังติดต่อประสานเพื่อมาให้ปากคำอยู่ อย่างไรก็ตาม ขณะที่เจ้าหน้ากำลังชันสูตรพลิกศพมีญาติๆ ของผู้เสียชีวิต ที่ทราบข่าวรีบมายังที่เกิดเหตุ แต่ละคนต่างร่ำไห้ด้วยความเสียใจ น.ส.เจนจิรา น้องสาวต่าวบิดาของผู้เสียชีวิต เล่าว่า พี่สาวเป็นคนดีไม่มีปัญหาเรื่องเงิน ก่อนหน้านี้ประมาณเดือนเศษยังหุ้นกันดาวน์รถเก๋งออกมาหนึ่งคัน เมื่อทราบว่าพี่สาวแอบยักยอกเงินนายจ้างด้วยการเพิ่มตัวเลข ทำให้ทางครอบครัวมึนงงเป็นอย่างมาก เพราะบัญชีปลายทางนั้นไม่มีใครรู้จักมาก่อน ส่วนผลจากการชันสูตรไม่พบร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีร่องรอยถูกกระทำชำเรา เสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า เหตุจูงใจในการปลิดชีพอาจจะมาจากความเครียดที่ยักยอกเงินนายจ้าง ญาติไม่ติดใจในสาเหตุการตายจึงมอบศพให้ไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ sanook